กลุ่มบริษัทเก็นติ้งฮ่องกงเป็นบริษัทที่ให้บริการกิจกรรมการเล่นคาสิโนบนเรือสำราญ คาสิโนรีสอร์ท คาสิโนออนไลน์ในแบบในสไตล์ของบริษัทพนัน “คาสิโน มือถือ” ชื่อดังอย่างกลุ่มบริษัท   โดยล่าสุดนั้นทางด้านกลุ่มบริษัทเก็นติ้งได้รับการอนุมัติจากภาครัฐนิวเซาธ์เวลส์ ในออสเตรเลีย เพื่อขยายการลงทุนในรัฐเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการสะท้อนถึงความต้องการความบันเทิงจากการเล่นพนันเกมในออสเตรเลียที่เพิ่มมากขึ้น และจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดทำให้บริษัทเก็นติ้งได้มีโอกาสเพิ่มเติมการลงทุนในออสเตรเลียได้อัตราสูงสุดที่ 23 เปอร์เซ็นต์ จากปัจจุบันบริษัทมีสิทธิได้ถือครองหุ้นกิจการในออสเตรเลียเพียงแค่ 66 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งจากกฎหมายควบคุมการพนันเดิมของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ที่กำหนดไว้ว่าจะไม่มีบริษัทใดที่สามารถถือครองให้ได้มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของบริษัทที่มาจากต่างชาติ ซึ่งหากจะเพิ่มเติมมากกว่านั้นต้องมีการพิจารณาจากทางคณะกรรมการของรัฐเสียก่อน

ซึ่งในกรณีของบริษัทเก็นติ้งฮ่องกงนั้น พวกเขามีการยื่นคำร้องเพื่อขอเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นร่วมกันกับบริษัท เอคโค่เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขาก็ได้รับการอนุมัติจากทางคณะกรรมการมาโดยตลอด  ซึ่งในตอนนี้บริษัทเก็นติ้งฮ่องกงนั้น ได้เริ่มยื่นเรื่องขอเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก จากคำร้องแรกที่อัตรา 25 เปอร์เซ็นต์สำหรับธุรกิจคาสิโน มือถือในประเทศออสเตรเลียของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าทางด้านคณะกรรมการของรัฐนั้นสามารถให้ได้มากสุดในอัตรา 23 เปอร์เซ็นต์ดังที่กล่าวข้างต้น  และเช่นเดียวกับบริษัทคราวน์รีสอร์ท  ซึ่งมีนาย เจมส์ แพ็คเกอร์ เป็นเจ้าของบริษัท โดยเขาได้ร้องขอในกรณีเดียวกันนี้ ซึ่งทางบริษัทคราวน์นั้นต้องการที่จะมีบทบาทในการควบคุมทิศทางของธุรกิจของเขาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต่อมาพวกเขาจึงตัดสินใจขายหุ้นในส่วนนี้ให้กับบริษัทเอคโค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ในที่สุด ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ตัดสินใจอนุมัติคำร้องนี้จากทางบริษัทเก็นติ้งฮ่องกง

ด้วยสาเหตุจากความคุ้นเคยของการร่วมงานกันมาตั้งแต่เดิม เดอะสตาร์ และ  ของบริษัทเอคโค่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ในเมืองซิดนีย์ โดยทางคณะกรรมการนั้นยังคงมั่นใจว่าหากยอมให้การถือหุ้นกับบริษัทคู่ค้าของเขามากขึ้น แต่ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของการบริหารงานของพวกเขาไปแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทางบริษัท เก็นติ้งฮ่องกง รู้สึกพอใจกับการตัดสินใจของทางคณะกรรมการรัฐ ซึ่งทางบริษัทคู่ค้าอย่างบริษัทเอคโคเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ก็มีความยินดีที่ได้แบ่งปันส่วนแบ่งให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนต่อไปคงจะเป็นการอนุมัติอย่างเป็นทางการเพื่อการดำเนินธุรกิจของพวกเขาร่วมกันต่อไปในดินแดนของประเทศออสเตรเลียอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ  ปัจจุบันบริษัทเอคโคเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้มีธุรกิจอยู่สองแห่งในรัฐควีนส์แลนด์ , และ บริสเบน ซึ่งบริษัทเก็นติ้งฮ่องกงจะได้รอไฟเขียวอย่างเป็นทางการจากทางอัยการสูงสุดของรัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขานั้นสามารถร่วมบริหารธุรกิจทั้งหมดของพวกเขา อาจจะใช้เวลาราวสองสัปดาห์สำหรับการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางด้านเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยสต็อกตัน ได้เปิดเผยถึงข้อเสนอที่มีการเจรจากับทางตัวแทนของบริษัทโชว์โบ้ท ในแอตแลนติกซิตี้ โดยนาย ฮาร์วีย์ เคสเซลแมน รักษาการประธานมหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่าตอนนี้ทางด้านคณะกรรมการและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสต็อกตันนั้นกำลังหารือกันในการประชุมถึงการจัดหาอาคารเรียนแห่งใหม่เพิ่มเติมและพิจารณาจากข้อเสนอของบริษัทโชว์โบ้ทที่กำลังจะขายอาคารแห่งนี้ให้มหาวิทยาลัย แต่ทางมหาลัยจะต้องมีการพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัย โฮเทลแห่งนี้ได้เปิดบริการคาสิโน มือถือมากว่าสิบปีและด้วยปัญหาของเศรษฐกิจที่ซบเซาในแอตแลนติกซิตี้ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปิดกิจการเมื่อปีที่แล้ว  และอาคารแห่งนี้ก็ถูกทิ้งไว้ซึ่งมีเจ้าของธุรกิจมากมายเข้ามาติดต่อซื้อหรือเช่าอาคารแห่งนี้ต่อ แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายกันได้ ซึ่งดูเหมือนว่าครั้งนี้อาจจะใกล้ความเป็นจริงหลังจากการเจรจาจากทางมหาลัยสต็อกตัน และต่อมาก็มีข่าวดีหลังจากปิดตัวลงได้เพียงไม่ถึงสามเดือน

บริษัทเก็นติ้งได้โอกาสเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นกิจการ “คาสิโน มือถือ” ในออสเตรเลียและข้อพิพาทในนิวเจอร์ซีย์

หลังการเจรจาเหมือนว่าจะลงตัว โดยมหาวิทยาลัยสต็อกตัน ติดต่อซื้อในราคา 18 ล้านเหรียญสหรัฐ มหาลัยชื่อดังแห่งนิวเจอร์ซีย์ได้เปิดเผยถึงแผนที่จะมีการปรับปรุงอาคารที่เคยเป็นที่ให้บริการ “คาสิโน มือถือ” ในอดีตให้กลายเป็นสถานที่สำหรับนักศึกษา ซึ่งเป็นความต้องการของทางมหาลัยที่จะขยายอาณาเขตเพิ่มเป็นวิทยาเขตสำหรับรองรับการเข้าเรียนที่เพิ่มขึ้นของนักศึกษามาตลอดหลายปี ซึ่งก็ลงตัวกับการปิดกิจการของโฮเทลแห่งนี้พอดี  โดยอาคารที่ 2 และ 3 จะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่สำหรับการสอนที่จะตั้งชื่อว่า สต็อกตัน , และ ไอส์แลนด์ โดยจะมีห้องสำหรับใช้งานกว่า 852 ห้อง และรวมถึงการเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นจุดสำหรับสันทนาการ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และอาคารที่ 1 จะมีการประยุกต์ให้เป็นโรงแรม ที่มีห้องรองรับสำหรับแขกที่เข้าพัก 479 ห้อง รวมไปถึงร้านอาหารและสถานที่สำหรับความบันเทิงของแขกที่เข้าพัก  แต่ดูเหมือนว่าแผนงานทั้งหมดของมหาลัยสต็อกตันนั้นอาจจะต้องล่มลง เนื่องจากมีพระราชบัญญัติกฎหมายที่ออกมาไว้ว่าไม่ให้มีการนำสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเข้าใช้ในการศึกษา ซึ่งกลายเป็นว่าต่อจากนี้สถานที่แห่งนั้นอาจจะสามารถเป็นได้เพียงธุรกิจโรงแรมเท่านั้น  ซึ่งจากที่มีการทราบถึงข้อกฎหมายดังนี้ทำให้ทางคาสิโนจึงจำเป็นต้องระงับแผนนี้และทำการขายอาคารแห่งนี้ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ทางมหาลัยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคารในแต่ละเดือนนั้นสูงถึง 4 แสนเหรียญสหรัฐโดยที่ยังไม่สามารถใช้งานได้เลย